. . . All the world is a stage
ฉันเป็นคนไม่ดูละครตอนเด็กๆก็ได้ดูมั่งนะพวกปริศนา รัตนาวดี อะไรแบบนั้นแต่โตมาก็เลิกดูไปเอง
ถึงบางทีเปิดผ่านๆ ก็ยังไม่ชอบดูอยู่ดี
เพราะเบื่อนางเอก นางร้าย เพื่อนนางเอก ฯลฯ และตัวละครหญิงทั้งหมดที่ต้องสวยเด้งตลอดเวลา แม้ยามป่วยหนักใกล้ตาย
เบื่อตัวละครเพศชาย ที่มีดีกรีความซื่อบื้อพอๆกัน
เบื่อนางอิจฉาที่ต้องมาถลึงตาใส่แล้วกรี๊ดๆ ให้คนรู้ว่าชั้นร้ายนะยะ[ยกเว้นพระเอกที่ไม่เคยรู้เลยว่าชีร้าย]
ฉันเลยกลายเป็นคนแปลกในหมู่คนรอบตัวเพราะไม่ดูละคร เลยคุยเรื่องละครกับใครไม่รู้เรื่อง[ดูแต่ละครญี่ปุ่น นานๆจะดูซักเรื่องนึง]
ถึงวันนี้ หลังจากกลับมาอยู่เมืองไทยได้สิบเดือนกว่าๆแล้วทำให้เริ่มตั้งข้อสังเกตว่าคนไทยผูกพันกับละครจนมันฝังรากหยั่งลึกกลายเป็นเครื่องหล่อหลอมนิสัยกันไปซะแล้ว
ทำให้สังคมไทยดราม่าเยอะจริงๆ[อย่างที่เปรยๆไปในไดหน้าที่แล้ว]
ดราม่าเยอะขนาดไหน?ขนาดที่ไม่ต้องดูหรอกละครน่ะเดี๋ยวก็มีคนมาเล่นละครให้ดูเองวันดีคืนดีก็โดนลากให้ไปเล่นด้วยถูกโยนบทแปลกๆให้อยู่เนืองๆ
บางทีก็กลายเป็นพจมาน สว่างวงศ์ยอมให้ถูกโขกสับ แต่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีบางทีกลายเป็นอีเย็น โดนโขก โดนสับ โดนโบย โดนฯลฯปริปากบ่นไม่ได้บางทีต้องกลายเป็นนางเอกละครบู๊ระเบิดภูเขา เผากระท่อม กันเป็นแถบๆ
ที่แน่ๆ ไม่ได้เต็มใจด้วยเลยแค่เป็นคนดู ฉันยังหลีกเลี่ยงสุดฤทธิ์พอตอนนี้โดนลากเข้าไปด้วยพาลจะประสาทเสียเอาง่ายๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าวันนึงฉันเกิดหมดความอดทนขึ้นมาแล้วตัดสินใจหยิบรีโมทมาเปลี่ยนช่องหนีซะเฉยๆ...
... จะมีใครว่าอะไรรึเปล่า
. . . et cetera
- ครึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆ
- แต่ทำไมสิบปีมันน้าน...นาน
- XTreme -1 ก.ค. 2552 เวลา 19:52 น.